มาเล่าประสบการณ์ การลง Centos8 กันให้อ่านกันดูครับ
– ลงแบบ พื้นฐานนะครับ ไม่ได้ advance (ลงลึกเจาะจง)
– มาเริ่มกันเลย
– จะลงผ่าน Proxmox Virtual Environment นะครับ  เป็นฟรี Virtual Environment นะครับ
– ขั้นตอนแรก ไปเพิ่มไฟล์ iso เข้าไปใน local-storage ก่อนนะครับ  เพื่อเวลาติดตั้งจะหาไฟล์ iso ในเครื่องเลย

– กด Upload ไฟล์ได้ที่ local –> content –>upload นะครับ

– กดปุ่ม Select File….

– เลือกไฟล์ iso สำหรับจะเอาไปเก็บไว้ใน local storage

– รอจน upload เสร็จ
– เสร็จแล้วก็ไปเริ่มสร้าง  VM ใหม่กันเลยครับ


– กดปุ่มสร้าง Create VM

– จะขึ้นหน้าจอสร้าง Virtual Machine ให้เรากำหนดครับ  กำหนดชื่อ ก่อนเลย

– แล้วกดปุ่ม Next ต่อไป

– ใช้ติดตั้งผ่าน CD/DVD disc image file(iso) จะมีไฟล์ที่เราเพิ่งอัพโหลดไป ตอนแรกนะครับ  ให้เลือก  CentOS-8-x86_64-1905-dvd1.iso  นะครับ  แล้วกด Next

– จะเห็น Storage เรามีพื้นที่ทั้งหมด  800 GB  เราก็กำหนดแค่  128 พอ เพื่อทดสอบระบบ

– ก็พิจารณาตามความเหมาะสม หากจะใช้เป็น HOSxP ตัวหลัก  ตามขนาด รพ. นะครับ
– เพื่อทดสอบระบบ ผมกำหนดแค่  128 GB พอ

– กำหนด CPU ตามต้องการเลย  แต่ให้กำหนดไม่เกิน space ของ server เรานะครับ

– กำหนด Memory  กำหนดตามต้องการเลย  แนะนำให้กำหนดเป็นแบบ Automatically allocate memry within this range  เพื่อให้มีการเพิ่มแรมได้หากมีการใช้แรมเกินลิมิต (Minimum memory) นั้นเองครับ หรือจะ Fixed size memory ก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสมนะครับ

– ส่วน Network กำหนดเป็น Bridged mode นะครับ เลือก vmbr0  เป็น card lan ตัวหลักนะครับ
– กรณีต้องการแท็ก VLAN ก็ทำได้เช่นกัน แต่กรณีผมมีวง  vlan server อยู่แล้วไม่ต้องแท็กครับ
– กด Next ต่อไป

– เสร็จแล้ว ดูสรุปตามที่เรากำหนดเลย ถ้าจะแก้ไขก็ย้อนกลับไปแก้ไขได้นะครับ   ส่วนผมกด Finish ต่อไปเลย


– เริ่ม start vm ใหม่กันได้เลยครับ

– กด Console เพื่อให้แสดง หน้าจอ QEMU นะครับ  เหมือนเปิดตัวรีโมท เข้าไปหน้าจอ server vm นะครับ

– เลือก Install CentOS Linux 8.0.1905  นะครับ เลื่อนลูกศร ขึ้นบนนะครับ

– ก็จะเริ่มติดตั้ง เหมือนลง Linux ทั่วไปนะครับ

– กด Continue ต่อไปครับ

– ให้กดเข้าไป ตามลูกศร ที่ชี้ไปนะครับ ว่าจะกำหนดอะไรบ้าง  ปุ่ม Begin Installation ถึงจะยอมให้ติดตั้งนะครับ
– กำหนดที่ Time & Date ก่อนเลย

– กำหนด Asia กับ Bangkok หรือกดที่ รูปประเทศไทย ก็ได้นะครับ  เพื่อให้ทราบตำแหน่งของ เวลาสากลโลก ที่เขาใช้กัน  ใช้ 24-hour  ด้วยนะครับ  เสร็จแล้วกดปุ่ม Done  ก็จะกลับเมนูหลัก

– ต่อไปกดที่ Installation source ไฟล์ต้นทางจาก ไฟล์ iso นั้นเอง

– ปกติเราก็เลือก Auto-detected อยู่แล้วนะครับไม่ต้องแก้ไขอะไร กดปุ่ม Done
– ต่อไปกำหนด Software selection



– เลือก Server with GUI สำหรับมือใหม่นะครับ  ถ้าเก่งแล้วค่อยเลือก แบบอื่นๆ ได้ตามใจชอบเลยนะครับ
– กรณีเลือก Server with GUI หมายถึง จะมีเมนูให้เรากำหนด โดยใช้เมาส์คลิกได้ง่ายนั้นเอง  แต่ก็กินแรมในส่วน GUI นี้ด้วย  คนที่เก่งแล้ว ก็จะนิยมไม่ใช้โหมด GUI นั้นเอง  หรือ เราสามารถปิดโหมด GUI ได้ภายหลัง

– เลือก Add-ons ที่จะแนะนำ ตามรูปลูกศร ชี้เลยนะครับ
– ต่อไปเลือก  Installation Destination สำหรับกำหนด partition

– สำหรับมือใหม่  ให้เลือก Automatic  นะครับ แล้วกดปุ่ม Done เป็นอันเสร็จ  แต่…
– ถ้าเป็นมืออาชีพ ควรเลือก Custom  จะเข้าสู่โหมดการสร้าง patitaion ตามที่เรากำหนด
– กรณีเลือก  Custom

– เมื่อเลือก custom แล้วกดปุ่ม Done จะเข้าสู่หน้าจอนี้

– ให้เราเลือก Click here to create them automatically ก่อน ระบบจะสร้าง patition ให้เราก่อน แล้วค่อยไปแก้ไข ขนาดพื้นที่อีกที  (สำหรับมือใหม่นะครับ)

– ต่อไปเราจะลง /home ออก เพราะเราใช้ / เป็นตัวหลัก


– ต่อไปเราจะกำหนดให้ / คือเอาพื้นที่ที่เหลือทั้งหมด มาอยู่ที่ /
– เราก็เข้าไปลบช่อง Desired Capactiy ให้ว่าง แล้วกดปุ่ม Update Settings ก็จะได้พื้นที่ที่เหลือทั้งหมด หลังจากลบ /home ออกแล้วนะครับ

– ก็จะได้ตามรูปนี้คือ ไม่มี /home  แต่ /home จะไปอยู่ใน / แทนนะครับ   ดั้งนั้น / จะเป็นที่เก็บข้อมูลทั้งหมด  โดยแนะนำมือใหม่  ตามนี้นะครับ  ส่วนท่านที่เทพๆ แล้ว จะกำหนด patition ยังไงก็ตามต้องการครับ  เพราะแล้วแต่ความถนัดของแต่ละท่าน  ต่อไปกด Done

– กด Accept Changes เพื่อยืนยันนะครับ
– ต่อไปกำหนด Network & Host Name



– กด On และ กำหนดชื่อ host name ตามต้องการ แล้วค่อยไปกด Configure…

– กำหนด IPv4 แบบ Manual คือกำหนด ip เอาเองนะครับ



– กำหนด ip เสร็จแล้วก็กดปุ่ม Save นะครับ แล้วค่อยกด Done กลับเมนูหลัก

– ต่อไปก็จะสามารถกดปุ่ม Begin Installation ได้แล้วละครับ

– กดเริ่มติดตั้งได้เลย

– ในช่วงที่ติดตั้ง เราสามารถกำหนดรหัสผ่านของ root และสร้าง User ใหม่ได้ตามลูกศร นะครับ

– ข้อแนะนำ ควรกำหนดรหัสผ่านแบบเข้าใจง่าย แต่เข้าใจเฉพาะ องค์กร เรา เช่น คำถามภายในองค์กร ชื่อเฉพาะที่องค์กร เรานำมาใช้งานกัน  อันนี้ไม่ขอยกตัวอย่างนะครับ

–  แนะนำให้ขึ้น Strong นะครับ เพื่อให้ระบบยืนยันความยากของรหัส
– ต่อไปไปสร้าง user ใหม่ เพราะถ้าไม่สร้าง user เริ่มต้นจะเป็น root เลย ทำให้เข้าไปแก้ไขอะไรง่ายเกินไป ควรสร้าง user ไว้ก่อน แล้วค่อย ยืนยันการติดตั้งผ่าน user root อีกที จะเป็นมาตราฐานสากล นะครับ

– เสร็จแล้วก็รอจนติดตั้งเสร็จนะครับ



– เสร็จแล้ว กดปุ่ม Reboot นะครับ

– เมื่อเปิดใหม่ จะขึ้นหน้าจอให้ยอมรับ License Information  (ฟรีเวอชั่นนะครับ)

– กด I accept the license agreement. ยอมรับเงื่อนไข กรณี การนำไปใช้งานนะครับ

– กดปุ่ม Finish Configuration เป็นอันเสร็จครับ  ก็จะเข้าหน้าจอใช้งานได้แล้ว

– login เริ่มต้นจะเป็น user ที่เราได้สร้างไว้  ถ้าเราไม่สร้างไว้ จะเป็น user root เลย ทำให้เวลาใช้งานจะมีสิทธิสูงสุดเลย  จึงแนะนำให้สร้าง user อื่นด้วย เพื่อให้เขาใช้งานพื้นฐาน  แล้วค่อย sudo root เวลาจะติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมนะครับ

– เนื้อหายาวหน่อยนะครับ  แต่เพื่อความเข้าใจ เลยขออธิบายยาวๆ หน่อย

– ต่อไปเดี่ยวพาติดตั้ง MariaDB 10 แล้วพาโอนข้อมูลจาก server หลักมาเก็บที่ server ใหม่ที่เราลงนี้นะครับ
– แล้วมาดู moniter mysql process กันดูว่าจะรองรับ user ดีขนาดไหนนะครับ  กรณีนี้ยังใช้ HOSxP v3 อยู่นะครับ  แต่ V4  ไม่แน่ใจนะครับ
– รอติดตาม ตอนที่ 2 นะครับ แล้วพบกันครับ
…….
…….
…….
[CentOS] ติดตั้ง CentOS8 ลงบน Proxmox ตอนที่ 2

 3,617 total views,  7 views today

[CentOS] ติดตั้ง CentOS8 ลงบน Proxmox ตอนที่ 1

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.